เที่ยวกาญจนบุรี สังขละบุรี
สะพานข้ามแม่น้ำแคว เขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกไทรโยคใหญ่ เขื่อนวชิราลงกรณ สังขละบุรี ด่านเจดีย์สามองค์


สะพานข้ามแม่น้ำแคว


น้ำตกไทรโยค

เขื่อนศรีนครินทร์
KL7.jpg (18062 bytes)
เขื่อนวชิราลงกรณ
Sangkhlaburi1_250.jpg (17527 bytes)
Sangkhlaburi2_250.jpg (20720 bytes)
วัดวังก์วิเวการาม อยู่ห่างจากตัวอำเภอ
สังขละบุรี ประมาณ 6 ก.ม. เป็นวัดจำพรรษา
ของ "หลวงพ่ออุตตมะ" ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ
ของประชาชนชาวไทย ชาวมอญ รวมทั้งชาว
กระเหรี่ยง และพม่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น
Sangkhlaburi3_250.jpg (14646 bytes)
วัดวังก์วิเวการาม แยกไปอีก 1 ก.ม.
เป็นที่ตั้งของเจดีย์แบบพุทธคยา มีฐานเป็นรูป
สี่เหลี่ยมจัตุรัส บรรจุพระบรมสารีริกธาตู
ส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา ขนาดเท่า
เมล็ดข้าวสาร
Sangkhlaburi5_250.jpg (12733 bytes)
MonBridge6.jpg (12895 bytes)
เรือหางยาวลำเล็ก กำลังลากจูงแพนักท่องเที่ยว
ด้านหลังคือหมู่บ้านมอญ ซึ่งในยามเย็น และยามเช้า
จะมีกลุ่มควัน บางครั้งปนกับหมอก แสดงถึงเวลา
หุงข้าว ทำอาหาร เป็นภาพที่น่าประทับใจมาก
โปรแกรมการท่องเที่ยวกาญจนบุรี คราวนี้ ใช้เวลา 4 วัน คือไปเที่ยวหลายแห่ง และเดินทางไกลสักหน่อย
ต้องเตรียมรถยนต์ให้พร้อมด้วย แต่ตอนที่คณะของเราเดินทางไปนั้น ไปกัน 4 คน และใช้รถยนต์ที่ค่อนข้างจะ
ใหม่มาก จึงขับสบาย เริ่มวันที่ 1 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯมุ่งหน้าไปจังหวัดกาญจนบุรี ถนนดีตลอด จึงใช้เวลา
ไม่มากนัก ที่ตัวเมืองกาญจนบุรี มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง แต่เราแวะที่สุสานทหารสมัยสงคราม
โลกครั้งที่ 2 เพียงสั้นๆ เพราะไปมาแล้วหลายครั้ง แต่คราวนี้มีแขกต่างประเทศมาด้วย จีงแวะอีก  ต่อจากนั้น
ก็ไปที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมากันเป็นจำนวนมาก ผู้ที่พอทราบประวัติ
ของการก่อสร้างสะพานนี้ รวมทั้ง
ทางรถไฟสายมรณะ (Death Railway) ที่เชื่อมไปถึงพม่า สร้างสำเร็จและ
เปิดใช้งานได้นาน 21 เดือน จะให้ความสนใจมาก มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินข้ามสะพานไปยังอีกฝั่งหนึ่ง
ของแม่น้ำแคว และก็ต้องคอยดูว่าจะมีรถไฟมาเมื่อไร ก็มีที่ให้ยืนหลบได้เป็นระยะๆ   ในปัจจุบัน มีรถไฟขบวน
เล็กๆ ใช้เครื่องยนต์ดีเซล วิ่งข้ามสะพานไปมา สำหรับนักท่องเที่ยว ได้ชมวิว และไม่ต้องเดินข้ามสะพานเอง

เมื่อเที่ยวที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว และรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารบนแพ ที่ยื่นออกไปเกือบถึงกลางแม่น้ำ
เราได้เห็นวิวที่สวยงามของสะพานและแม่น้ำแคว และอีกฟากหนึ่งเยื้องๆไป เป็นโรงแรมฟีนิกส์แม่น้ำแคว   จากนั้น
จึงไปเช็คเข้าโรงแรมที่พัก แล้วก็เตรียมออกเดินทางไปเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ต่อไป

จากตัวเมืองกาญจนบุรี เราขับรถตรงไปทางอำเภอศรีสวัสดิ์ เพื่อไปที่
เขื่อนศรีนครินทร์ ระยะทางประมาณ
ุ64 กิโลเมตร เราผ่านรีสอร์ทโฮเต็ลหลายแห่งทางด้านซ้าย ซึ่งติดกับแม่น้ำแควใหญ่ และในที่สุด ก็มาถึงเขื่อน
ศรีนครินทร์ ซึ่งผมเคยไปตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีเขื่อน คือไปที่บริเวณที่จะสร้างเขื่อน (Dam Site) ในสมัยนั้น
ไม่มีถนนลาดยาง จึงเดินทางจากตัวจังหวัดกาญจนบุรี โดยเรือหางยาว ต้องลุ้นกันมากและช่วยถ่วงน้ำหนัก เวลา
เรือเข้าโค้งน้ำ ซึ่งไหลเชี่ยว เคยพักค้างคืนที่บริเวณที่จะสร้างเขื่อน สมัยนั้นพวกเรายังกลัวไข้มาเลเรียกัน และ
อากาศก็ร้อนมาก   แต่ในปัจจุบัน มีถนนดีมาก การเดินทางก็สะดวก จึงมีนักท่องเที่ยวนิยมไปชมเขื่อนกันมาก
นอกจากนั้น ก็ยังไปเที่ยวน้ำตกเอราวัณได้ด้วย เมื่อเที่ยวชมเขื่อนและบริเวณแล้ว ก็เดินทางกลับโรงแรมที่พัก

การท่องเที่ยววันที่ 2 เราเช็คเอ้าท์จากโรงแรม แวะเติมน้ำมันให้เต็มถัง แล้วขับรถไปยัง
อุทยานแห่งชาติไทรโยค
เมื่อไปถึง ระหว่างที่กำลังหาที่จอดรถ ก็มีคนขี่รถมอเตอร์ไซต์ตามมาเรื่อย ที่จริงมาชวนให้ไปลงเรือหางยาว
เที่ยวชมบริเวณน้ำตกไทรโยค ซึ่งหลังจากตกลงค่าเช่ากันแล้ว เขาก็นำทางไปยังบริเวณที่ลงเรือ การนั่งเรือหางยาว
เที่ยวชมสองฝั่งแม่น้ำแคว และไปถึงบริเวณน้ำตกไทรโยคใหญ่ นับว่าน่าสนใจมาก ได้ถ่ายรูปน้ำตกจากมุมที่ดีๆมา
หลายรูป  จากนั้น เราก็ออกเดินทางต่อไปยังอำเภอทองผาภูมิ ซึ่งถนน 4 เลน สร้างดีมาก รถก็ไม่มาก จึงขับได้เร็ว

เมื่อถึงอำเภอทองผาภูมิ เราตั้งใจจะไปเที่ยวชม
เขื่อนวชิราลงกรณ ก่อน โดยได้ติดต่อไว้ล่วงหน้าแล้ว พอไปถึงทางเข้า
ก็มีรถของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ รออยู่ และนำทางไปขึ้นชมบนสันเขื่อน ซึ่งมีที่จอดรถยนต์ได้ไม่มากนัก
ไม่กว้างเหมือนกับเขื่อนศรีนครินทร์   แต่วิวที่เขื่อนวชิราลงกรณ มองจากสันเขื่อนออกไปสวยงามมาก และนั่นคือ
อ่างเก็บน้ำของเขื่อนเขาแหลม (ชื่อเดิม) นั่นเอง ซึ่งจะยาวไปถึงอำเภอสังขละบุรี   จากนั้น เราก็ออกเดินทางต่อไป
ยังอำเภอสังขละบุรี   การเดินทางในช่วงต้นๆ จากอำเภอทองผาภูมิ ถนนดีแต่ลดลงเหลือ 2 เลน และขับได้สบาย
ระหว่างทาง มีร้านอาหารบ้าง ร้านปะยาง ซ่อมครัช บ้าง ทำให้เริ่มรู้สึกว่า คงจะต้องขึ้นภูเขาสูงๆแน่ และก็จริง
ในระยะอีกประมาณ 30 กิโลเมตร ก่อนจะถึงอำเภอสังขละบุรี เราต้องขึ้นเขา ลงเขา หลายลูก เส้นทางคดเคี้ยว
ไปมาและบางแห่งก็ชันมากพอควร ต้องใช้เกียร์ต่ำช่วยเป็นระยะๆ แต่ถนนก็ดี มีการขยายบางช่วงเพื่อความปลอด
ภัยในการเข้าโค้ง ในที่สุดเราก็มาถึงสังขละบุรี และตรงไปโรงแรมที่พักทันที

วิดีโอสะพานข้ามแม่น้ำแคว

วิดีโอน้ำตกไทรโยค

วิดีโอเขื่อนศรีนครินทร์

วิดีโอเขื่อนวชิราลงกรณ

วิดีโอสังขละบุรึ

วิดีโอด่านเจดีย์สามองค์

อำเภอสังขละบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 370 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีประมาณ 220
กิโลเมตร   อยู่ในวิสัยที่สามารถขับรถในวันเดียวได้ แต่การเดินทางที่แวะเที่ยวหลายแห่ง ก็ควรจะค้างคืนอย่างที่
เราทำ และผลัดกันขับ ก็จะสนุกดี โดยเฉพาะในช่วงที่ข้ามภูเขาสูง ขับรถสนุกมากกว่านั่ง

KanMap1C_100.jpg (3587 bytes)
แผนที่ท่องเที่ยว

สังขละบุรี เป็นที่น่าท่องเที่ยวมาก ทั้งธรรมชาติ ป่าเขา ทะเลสาบอันเกิดจากอ่าง
เก็บน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ (หรือเรียกว่าอ่างเก็บน้ำเขาแหลม) ที่พัก ณ สังขละบุรี
มีมากพอควรส่วนมากเป็นรีสอร์ทโฮเต็ล ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ หรือริมทะเลสาบ และยังมี
ีที่พักบนแพอีกมาก ที่นี่มีบรรยากาศพิเศษที่หาได้ยาก โดยเฉพาะ ถ้าพักริมทะเลสาบ
จะมีความสวยงามความเงียบสงบ และอาจจะคล้ายๆไปเที่ยวสวิสเซอร์แลนด์ หรือ
ทะเลสาบในยุโรป ถ้าอากาศเย็นและมีลมพัดมา   สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วๆไป ก็ต้อง
ไปชมสะพานมอญ (Mon Bridge) ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย
สามารถเดินข้ามได้ ถ้าจะถ่ายรูป มุมสูงก็เห็นสะพานได้ชัดเจนและดูสวยงาม หรือ
จะไปทางอีกด้านหนึ่งก็ได้
MonBridge4.jpg (15309 bytes) ภาพสะพานสองสะพานที่ถ่ายซูมมาจากทะเลสาบ
สามประสบ สะพานแรกเป็นสะพานไม้ เรียกว่า
สะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์ และสะพาน
ที่สองเป็นสะพานคอนกรีต ซึ่งจะข้ามสู่วัดวังก์วิเว
การาม และหมู่บ้านมอญ

Sangkhlaburi4_250.jpg (19752 bytes) สะพานมอญ
อยู่ในตัวอำเภอสังขละบุรีเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดใน
ประเทศไทยมีความยาวถึง 850 เมตร กว้างประมาณ
4 เมตร สร้างข้ามลำน้ำซองกาเลีย สำหรับให้ประชาชน
ฝั่งตัวอำเภอสังขละบุรีและฝั่งหมู่บ้านชาวมอญเดินข้าม
สัญจรไปมาบริเวณสะพานแห่งนี้เป็นจุดชมวิวทะเลสาบ
เขื่อนวชิราลงกรณที่สวยงาม สามารถมองเห็นลำน้ำสาย
ต่างๆ คือ ซองกาเลียบีคลี่ และรันตี ที่ไหลมารวมกันเป็น
สามประสบ
Sangkhlaburi7_250.jpg (12696 bytes)
ภาพรีสอร์ทริมทะเลสาบสามประสบ
(ถ่ายจากร้านอาหารของโรงแรมพรไพลิน
ริเวอร์ไซต์)
Sangkhlaburi6_250.jpg (8885 bytes)
ทะเลสาบสามประสบในยามเช้า จะเห็นภาพความ
สงบเงียบ ภาพแพนักท่องเที่ยวที่ถูกลอยไว้ในยามค่ำ
(ผูกกับเสาในน้ำ) ภาพคนภายเรือแคนู และชาวบ้านออก
หาปลา และฝั่งตรงกันข้ามเป็นหมู่บ้านมอญ
การท่องเที่ยววันที่ 3 เราท่องเที่ยวไปชมสถานที่ต่างๆในสังขละบุรี เช่น สะพานมอญ วัดวังก์วิเวการาม เจดีย์
พุทธคยา   และเดินทางต่อไปยัง ด่านเจดีย์สามองค์  
ThreePagodas2.jpg (17466 bytes) ด่านเจดีย์สามองค อยู่ที่เขตสิ้นสุดชายแดนไทยด้านทิศตะวันตก
ที่ตำบลหนองลู ห่างจากทางแยกเข้าอำเภอสังขละบุรีประมาณ 19 ก.ม.
พระเจดีย์สามองค์นี้เดิมเรียกว่า หินสามกองเป็นที่สักการะของคนไทย
โดยทั่วไปก่อนเดินทางออกจากแดนไทยเข้าสู่เขตแดนพม่า    ณ ด่านเจดีย
์สามองค์มีเจดีย์ขนาดเล็กๆ ตั้งอยู่ และติดชายแดนพม่า มีด่านตรวจคน
เข้าเมือง และมีร้านอาหาร ร้านค้า สินค้าส่วนใหญ่มาจากพม่า ที่ด่านเจดีย
์สามองค์นี้ ในประวัติศาสตร์ สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นช่องทางที่พม่ายก
กองทัพเข้ามายังประเทศไทย และสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่น ได
้สร้างทางรถไฟจากกาญจนบุรี ขึ้นไปเชื่อมต่อกับส่วนที่สร้างเข้ามาจาก
ทางพม่าโดยผ่านด่านเจดีย์สามองค์ ซึ่งทางรถฟประวัติศาสตร์แห่งนี้
ก่อสร้างโดยเชลยศึก ใช้เวลาก่อสร้าง 17 เดือ นและเชื่อมต่อกันเมื่อวันที่
16 ตุลาคม 2486 ใช้งานในช่วงสงครามได้นาน 21 เดือน ส่วนใหญ่ก
็ถูกทำลายลง
ัวันที่ 4 หลังจากอาหารเช้าที่โรงแรมแล้ว เราก็เริ่มเดินทางกลับ โดยแวะรับประทานอาหารกลางวันในตัวเมืองกาญจนบุรี แล้วขับ
ตรงกลับกรุงเทพฯ ซึ่งประมาณบ่ายๆก็ถึงแล้ว นับว่าเป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวที่สนุกมาก

 


Hit Counter
จากวันที่  6 พ.ค. 2552